การก่อสร้างทั้งในปัจจุบันและอดีตเพื่อการพัฒนาต่อไป

May 25th, 2015

6

การก่อสร้างทั้งในปัจจุบันและในอดีตต่างต้องมีการประสานงานกันระหว่างฝ่ายก่อสร้าง, ผู้ออกแบบ, เจ้าของโครงการ, เอกสารที่เข้า-ออก จากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่าย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ปัญหาเรื่องการจัดการเอกสารและการค้นหาเอกสารย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา ในขณะเดียวกันถ้าเอกสารที่ส่งผ่านมาเป็นเพียงกระดาษซึ่งง่ายต่อการจัดการ แต่ในงานก่อสร้างเอกสารไม่เป็นเพียงแผ่นกระดาษเท่านั้น แต่เราต้องจัดการทั้งเอกสารที่เป็นวัสดุก่อสร้างตัวอย่าง, แบบก่อสร้าง, CATALOG, E-MAIL, คำถาม, MEMO และอื่นๆ อีกมากมาย อีกด้านหนึ่ง นอกจากปริมาณเอกสารและชนิดของเอกสารแล้ว ระยะทางระหว่างฝ่ายปฏิบัติงาน และสำนักงานต่างๆ ยังเป็นอุปสรรคในการส่งผ่านข้อมูลของโครงการก่อสร้างปัญหาดังกล่าวข้างต้น บริษัท กรีน บิลด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้นำระบบการเก็บและส่งผ่านข้อมูลโดยใช้ระบบ CLOUD มาใช้ในการจัดเก็บและบริหารข้อมูล ซึ่งระบบนี้อนุญาตให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการสามารถใช้งานผ่านทางระบบ Internet รวมถึงยังสามารถดูประวัติการใช้งานของเอกสารแต่ละชิ้นได้ การจัดเก็บและค้นหาข้อมูลสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อใน SITE งานที่อยู่ต่างที่ออกไปหรือแม้แต่ในต่างประเทศยังสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลเดียวกันได้อีกด้วย

ส่วนสำคัญของงานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นงานด้านสถาปัตยกรรม, วิศวกรรม, ระบบการจัดการภายในอาคาร BIM สามารถวิเคราะห์ถึงรายละเอียดโครงสร้างภายในได้ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างไปจนถึงสิ้นสุดการก่อสร้าง ในปัจจุบันงานก่อสร้างมีการพัฒนาก้าวหน้าไปตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยและวัสดุอุปกรณ์ที่นับวันจะก้าวไปเร็วเกินกว่าที่เราจะตามทัน การออกแบบอาคารมีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ได้ประโยชน์ในการใช้สอยที่สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นตัวผลักดันให้ขั้นตอนการก่อสร้างที่ซับซ้อนอยู่แล้วนั้นยากลำบากมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้าและการสูญเสียทรัพยากรอย่างไม่จำเป็น ด้วยเหตุนี้บริษัท กรีน บิลด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จึงนำระบบ BIM เข้ามา Support ในทุกขั้นตอนการก่อสร้างตั้งแต่การวางผัง SITE งาน, ฐานราก, เรื่อยมาจนถึงรายละเอียดในทุกๆ จุดของตัวอาคาร ความสามารถของระบบ BIM ยังช่วยให้เราเข้าใจการออกแบบของผู้ออกแบบ ว่าทางผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการต้องการอะไร และสามารถช่วยในการตัดสินใจเลือกใช้ระบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับโครงการและสอดคล้องกับ CONCEPT ในการออกแบบของผู้ออกแบบ กรรมวิธีในการติดตั้งวัสดุ การนำมาประกอบกันของทุกส่วนในอาคารนอกจากนี้การสร้าง MODEL 3D ที่มีข้อมูลต่างๆ อยู่ใน MODEL ยังช่วยให้เราสามารถถอดปริมาณงานก่อสร้างตลอดจนติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาค่าก่อสร้าง เนื่องจากเราสามารถหาปริมาณวัสดุได้จาก MODEL โดยตรง ปัจจุบันบริษัทรับเหมาก่อสร้างในสหรัฐอเมริกา และยุโรปกว่า 50% ของทั้งหมดเลือกใช้ระบบ BIM เข้ามาช่วยในงานก่อสร้าง เนื่องจากสามารถควบคุมตัวแปรต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นระหว่างงานก่อสร้างได้อย่างแม่นยำ

Comments are closed.